มรพ. x สสส. หนุนค่าย “เด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน” เปิดพื้นที่เรียนรู้ สร้างพลังเยาวชนสื่อสารลดผลกระทบจากการพนัน
การรู้เท่าทันการพนันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการนั่งฟังเพียงอย่างเดียว แต่สามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้คิดและสื่อสารด้วยตัวเอง ค่าย “เด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน NewGen 2026…ผีพนันช็อตฟีล อยากฮีลออมเงิน” จึงออกแบบกิจกรรมให้เยาวชนได้เรียนรู้ทั้งเรื่องกลไกและผลกระทบจากการพนัน การวางแผนการเงิน ตลอดจนการสร้างสรรค์กิจกรรมรณรงค์ที่นำกลับไปต่อยอดในพื้นที่ได้
"มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน" ร่วมกับ "เครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน" จัดค่ายระหว่างวันที่ 10–12 ตุลาคม 2569 ณ เดอะ เบรธ เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยมีสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมสนับสนุน มุ่งเชื่อมเครือข่ายเยาวชนจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับเพื่อน ๆ จากจังหวัดลำปาง นครศรีธรรมราช สุรินทร์ และสระบุรี พร้อมพัฒนาผู้เข้าร่วมให้เติบโตจากการเป็นผู้ร่วมกิจกรรมไปสู่อาสาสมัครและแกนนำที่สามารถขับเคลื่อนงานในพื้นที่ของตนเอง
"นางสาวมนทิรา ผลาสินธุ์" ประธานค่าย กล่าวว่า การสร้างเครือข่ายเยาวชนให้เข้มแข็งต้องเปิดโอกาสให้เยาวชนจากต่างพื้นที่ได้รู้จัก แลกเปลี่ยน และทำงานร่วมกัน ค่ายจึงเริ่มจากกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และภารกิจกลุ่ม ก่อนต่อยอดสู่การเรียนรู้เรื่องพนันและการออกแบบการรณรงค์ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกทำงานเป็นทีมและเห็นว่าตนเองสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารกับสังคมได้ เป้าหมายคือให้ความรู้และประสบการณ์จากค่ายเดินทางกลับไปพร้อมเยาวชน และเกิดการทำงานต่อเนื่องในโรงเรียนหรือชุมชนของตน
ตลอดกิจกรรม เยาวชนได้เรียนรู้เรื่องกลไกการพนัน กับดักทางความคิด และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ควบคู่กับกิจกรรม “ออมเงินพารวย” ที่ชวนวางแผนการเงินและตั้งเป้าหมายการออม ให้เห็นความแตกต่างระหว่างเงินที่เสียไปกับการพนันกับเงินที่นำไปสร้างอนาคต
"นายธนากร คมกฤส" เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวถึงแนวทางการทำงานว่า การสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนควรเชื่อมความรู้เรื่องการพนันเข้ากับทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิต ทั้งการวางแผนและจัดการเงิน การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ค่ายจึงเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทดลองออกแบบสารและรูปแบบกิจกรรมให้เหมาะกับประเด็น กลุ่มเป้าหมาย และบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยการสนับสนุนจาก สสส. และภาคีเครือข่ายช่วยให้การเรียนรู้มีโอกาสต่อยอดไปสู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากการเรียนรู้เรื่องพนันและการเงิน เยาวชนยังได้ฝึกคิดแคมเปญและสารหลักเพื่อสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ เรียนรู้รูปแบบการรณรงค์ผ่านละคร กิมมิค และกิจกรรมโรดโชว์ ก่อนทดลองออกแบบกิจกรรมจากคำถามง่าย ๆ ว่า “เราอยากบอกอะไร” “จะสื่อสารอย่างไร” และ “จะทำให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร” แนวคิดจากค่ายจะต่อยอดภายใต้แคมเปญ “ผีพนันพาจน ออมเงินพารวย” เตรียมพร้อมสู่กิจกรรมในพื้นที่วันที่ 31 ตุลาคม เชื่อมกับวันออมแห่งชาติ
"น้องแพรวา" ตัวแทนจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เล่าถึงความประทับใจว่า พี่ ๆ ทีมงานคอยดูแล เอาใจใส่ ชวนพูดคุยและทำกิจกรรม ทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว เธอมองว่าการรณรงค์มีได้หลายรูปแบบ ทั้งการเดินรณรงค์ การจัดนิทรรศการ และการสอดแทรกกิจกรรม ซึ่งช่วยให้ผู้พบเห็นเข้าถึงและเข้าใจประเด็นได้ง่ายขึ้น
แพรวา ยังบอกด้วยว่า ความรู้เรื่องการออม การแบ่งเงินใช้ และการเก็บเงินเพื่อเป้าหมายเป็นสิ่งที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเสนอว่า หากมีกิจกรรมสนุก ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการพนันแทรกในช่วงที่ต้องนั่งฟังเนื้อหานาน ๆ จะช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายและผู้เข้าร่วมมีส่วนร่วมมากขึ้น
ด้าน "น้องอาร์ท" เยาวชนจากจังหวัดสุรินทร์ ประทับใจที่ได้พบเพื่อน พี่ และน้องจากหลายจังหวัด ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และทำกิจกรรมร่วมกัน เขาได้เรียนรู้ผลกระทบของการพนันออนไลน์ การรู้เท่าทันกลโกง การวางแผนการเงินและใช้เงินอย่างมีสติ รวมถึงวิธีสื่อสารให้เพื่อนและคนในชุมชนเข้าใจเรื่องนี้มากขึ้น โดยตั้งใจนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตและถ่ายทอดต่อให้เพื่อน ๆ และน้อง ๆ
"น้องกิต" เยาวชนจากจังหวัดสระบุรี มองว่าค่ายเปิดโอกาสให้ได้ทั้งเพื่อนและเครือข่ายใหม่ พร้อมเรียนรู้เรื่องการพนัน การวางแผนการเงิน การออม การลงทุน และความเสี่ยง ที่สำคัญคือได้ลงมือจัดกิจกรรมในนามเครือข่ายเด็กรุ่นใหม่ไม่พนัน และเห็นภาพการทำงานร่วมกันของเยาวชนที่ต้องการลดผลกระทบจากการพนัน
หลังกลับพื้นที่ กิตและเครือข่ายจังหวัดสระบุรีวางแผนนำความรู้ไปจัดบูธให้ข้อมูลเรื่องการพนันแก่คนหลายกลุ่ม ไม่จำกัดเฉพาะเด็กและเยาวชน รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อขยายเครือข่ายและสร้างความตระหนักรู้ถึงโทษและผลเสียจากการพนัน
เสียงสะท้อนของเยาวชนทำให้เห็นว่า ค่ายเป็นทั้งพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่สร้างความสัมพันธ์ และพื้นที่ทดลองลงมือทำจริง จากความรู้เรื่องพนันและการเงิน สู่การคิดรูปแบบสื่อสารที่เหมาะกับแต่ละชุมชน พลังที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้หยุดอยู่เมื่อจบค่าย แต่มีโอกาสเดินหน้าต่อผ่านกิจกรรมของเยาวชนในโรงเรียนและพื้นที่ของตนเอง เพื่อชวนสังคมรู้เท่าทันการพนันและมองเห็นทางเลือกที่ดีในการใช้ชีวิต
"ขอบคุณผู้สนับสนุน มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน และ สสส. ที่สร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีพื้นที่ในการแสดงออกและเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนในการลดปัญหาการพนันในสังคม" "นางสาวมนทิรา ผลาสินธุ์" ประธานค่าย กล่าวทิ้งท้าย