เวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?"


เวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?"
วันที่โพสต์ : 2026-10-03
มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน x สสส. จัดเวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?" เสนอผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล ร่วมรณรงค์ลดผลกระทบพนัน สร้างเกราะป้องกันเด็ก เยาวชน และครอบครั

มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน x สสส. จัดเวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?" เสนอผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล ร่วมรณรงค์ลดผลกระทบพนัน สร้างเกราะป้องกันเด็ก เยาวชน และครอบครัว
 
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องไฮเดรนเยีย 3 โรงแรมทีเค พาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จัดเวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?" เพื่อสะท้อนผลกระทบของการพนันฟุตบอลที่ไม่ได้จบลงเพียงการสูญเสียเงิน แต่ลุกลามสู่ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว กระทบเด็ก เยาวชน และคนใกล้ชิด พร้อมเสนอแนวทางป้องกันผ่านความร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาสังคม และสื่อมวลชน
 
"นายธนากร คมกฤส"เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า ต้นตอของความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้เกิดจากการพนันเพียงอย่างเดียว แต่มีรากฐานมาจาก ทัศนคติชายเป็นใหญ่ ที่มองว่าตนมีอำนาจเหนือคนในครอบครัว ข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พบว่า แต่ละปีมีการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัวประมาณ 4,500 กรณี หรือเฉลี่ย 42 คนต่อวัน โดยกว่า 80% ของผู้กระทำเป็นผู้ชาย
นอกจากทัศนคติดังกล่าวแล้ว ยังมีปัจจัยร่วมทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สุขภาพกาย สุขภาพจิต ความขัดแย้งในครอบครัว การหึงหวง หรือการหย่าร้าง ซึ่งหากมีการพนัน การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะยิ่งเร่งให้ความรุนแรงเกิดขึ้นได้ง่ายและรุนแรงมากขึ้น
นายธนากรกล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะยังไม่มีข้อมูลติดตามผลกระทบช่วงฟุตบอลโลกอย่างเป็นระบบ แต่ผลการศึกษาจากประเทศอังกฤษพบว่า ทุกครั้งที่ทีมชาติอังกฤษลงแข่งขัน อัตราความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น 25% โดยมีปัจจัยร่วมคือทัศนคติชายเป็นใหญ่ การดื่มสุรา และการพนันฟุตบอล
 
อีกข้อมูลที่น่ากังวลคือ Domino Effect 1:8 ซึ่งประเมินว่า ผู้ที่เล่นพนันจนเกิดปัญหาเพียง 1 คน จะส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างได้ถึง 8 คน ไม่ว่าจะเป็นคู่สมรส ลูก พ่อแม่ หรือสมาชิกในครอบครัว
 
"การพนันไม่ได้ทำให้เจ็บแค่คนเล่น แต่มีคนอีกอย่างน้อย 8 คนที่ต้องร่วมรับผลกระทบ ทั้งที่พวกเขาไม่เคยเล่นพนันเลย" นายธนากรกล่าว
นายธนากร เสนอให้ภาครัฐกลับมาพัฒนาระบบให้คำปรึกษาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการพนัน รวมถึงรื้อฟื้นการทำงานเชิงรุก เช่น บริการสายด่วนเลิกพนัน พร้อมเชิญชวนผู้ได้รับสิทธิถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทุกแพลตฟอร์ม ได้แก่ JAS, TrueVisions, PPTV, AIS PLAY และไทยรัฐทีวี ร่วมผลิตและเผยแพร่สื่อรณรงค์ เพื่อไม่ให้การรับชมกีฬากลายเป็นช่องทางสนับสนุนการพนัน และช่วยลดผลกระทบที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัว
 
ด้าน "นางสุภาภรณ์ ชมชัย" ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน กล่าวว่า การพนันฟุตบอลและการพนันออนไลน์ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ การศึกษา เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ในครอบครัว อีกทั้งยังอาจผลักดันให้เด็กเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
 
ปัจจุบันกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้นำประเด็นการพนันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงและความจำเป็น (Risk and Needs Assessment : R&N) ควบคู่กับมาตรการเชิงรุก ทั้งการสร้างเครือข่ายกับสถานศึกษา การให้คำปรึกษา การพัฒนาองค์ความรู้ และการสร้างภูมิคุ้มกันด้านกฎหมายและการรู้เท่าทันสื่อแก่เด็กและเยาวชน
 
"การทำงานของกรมพินิจฯ วันนี้ ต้องขยับจากการแก้ปัญหาหลังเกิดเหตุ ไปสู่การป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เพราะเด็กทุกคนควรเติบโตในครอบครัวที่ปลอดภัย ไม่ใช่เติบโตท่ามกลางผลกระทบของการพนัน" นางสุภาภรณ์กล่าว
 
ภายในงานยังมีการถ่ายทอดเรื่องจริงจาก 2 กรณีศึกษา ที่สะท้อนผลกระทบของการพนันฟุตบอลต่อครอบครัวอย่างชัดเจน
"คุณณิชาภา ลี้เลิศกิจ" เล่าถึงชีวิตที่เติบโตมากับความรักในฟุตบอล ก่อนจะเห็นพ่อค่อย ๆ จมอยู่กับการพนัน จนครอบครัวสูญเสียทรัพย์สิน ธุรกิจ และความไว้วางใจ เธอต้องรับมือกับเจ้าหนี้ ขายทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อประคองครอบครัว พร้อมทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะเทือนใจว่า "นรกมีจริง...แต่มันคือนรกบนดิน"
 
ขณะที่ "คุณเตย ผู้นำชุมชนเคหะคลองเก้า" เขตคลองสามวา ถ่ายทอดเรื่องของหญิงวัยทำงานที่ถูกสามีทำร้ายร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลังสูญเสียเงินจากการพนันฟุตบอลออนไลน์ จนลูกวัย 3 ขวบต้องย้ายไปอยู่กับตาและยายเพื่อความปลอดภัย พร้อมย้ำว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่ต้นเหตุของความรุนแรง แต่การพนันฟุตบอลเป็นปัจจัยเร่งให้ปัญหาที่มีอยู่เดิมปะทุขึ้น และชุมชนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการรับฟังและเชื่อมต่อผู้ประสบปัญหาเข้าสู่ระบบช่วยเหลือ
 
การพนันฟุตบอลไม่ใช่เพียงปัญหาของผู้เล่น แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อครอบครัว เด็ก และสังคม การสร้างภูมิคุ้มกัน การมีระบบช่วยเหลือ และความร่วมมือของสื่อผู้ถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาในการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ จะเป็นอีกกลไกสำคัญที่ช่วยให้การเชียร์ฟุตบอลเป็นพื้นที่แห่งความสุข มากกว่าจุดเริ่มต้นของความสูญเสียในครอบครัวไทย